Speedtest.or.th
หน้าหลัก ข่าว ลิงค์มาหาเรา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าระบบ  
    News
 
Internet Speed Test สำคัญอย่างไร

อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

                บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (หรือ Broadband หรือ high-speed internet) หมายถึง การให้บริการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วสูง ซึ่งถ้าอ้างถึงระดับความเร็วนั้น สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (The International Telecommunication Union Standardization Sector หรือ ITU-T) กำหนดไว้ว่าเป็นความเร็วที่อยู่ระหว่าง 1.5 ถึง 2 Mbit/s  ในขณะที่ คณะกรรมาธิการการสื่อสารแห่งชาติ ของประเทศสหรัฐอเมริกา (Federal Communications Commission หรือ FCC) กำหนดความเร็วของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไว้ที่ 768 kbit/s (0.8 Mbit/s) ส่วนองค์กรความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (The Organization for Economic Co-operation and Development) กำหนดไว้ว่า บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงคือการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วเริ่มต้นที่ 256 kbit/s อย่างน้อยที่สุดใน 1 ช่องรับหรือช่องส่ง จึงเห็นได้ว่า แต่ละองค์กรก็ยังนิยามความเร็วของบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไว้แตกต่างกัน ทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบางรายอาศัยช่องโหว่นี้ทำการตลาด โฆษณาว่า ตนเองให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทั้งที่ความเร็วที่ให้บริการได้นั้น ไม่ความถือว่าเป็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง[1]

                อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงนั้น จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้บริโภคในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เจ้าของเว็บไซต์ต่างๆ ให้บริการไว้ บริษัท comScore ได้ทำการสำรวจไว้ในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2007 พบว่าชาวอเมริกาใช้บริการดูวีดิโอออนไลน์ หรือ (video streams online) สูงถึง 8.3 พันล้านวีดิโอคลิป[2] และบริษัท IPSOS ก็แจ้งผลการสำรวจการดูวีดิโอออนไลน์ของชาวอเมริกันในเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 2008 ว่า เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากการสำรวจในเดือนเดียวกันระหว่างปี ค.ศ. 2007[3]

สำหรับประเทศไทย ผลการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประเทศไทย ปี 2551 ระบุว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยหลักมากจากการที่ค่าบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีราคาลดต่ำลงอย่างมาก ประกอบกับจำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้น[4]  โดยศูนย์ข้อมูลวิจัยกสิกรไทยสำรวจพบว่าในปี พ.ศ. 2550 ประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงประมาณ 1.2 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 70.2 จากปี พ.ศ. 2549[5]  ซึ่งส่งผลให้พฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตก็เปลี่ยนไป ซึ่งเราจะพบว่าปัจจุบันมีการตั้งสถานีวิทยุบนอินเทอร์เน็ต หรือรายการภาพยนต์สั้นเพื่อเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย

นอกเหนือไปจากบริการรับฟังวิทยุหรือรายการภาพยนต์ทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังมีบริการสำคัญอีกจำนวนมาก ที่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงด้วย เช่น การสื่อสารโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (Voice Over IP หรือ VoIP) การให้บริการการศึกษาผ่านอินเทอร์เน็ต (e-Learning) การบริการทางการแพทย์ผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

เมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตที่มีมากขึ้นในแต่ละปี ความต้องการจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เร็วมากขึ้นเป็นเงาตามกัน แต่ในทางกลับกันค่าบริการค่าอินเทอร์เน็ตกลับลดต่ำลงอันเนื่องมาจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปและจำนวนของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต่างๆ ที่มีมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายๆ รายก็โหมโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดใจผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทำการสมัครใช้บริการเสริมแบบซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง หรือจูงใจผู้ใช้บริการด้วยการเสนอให้เพิ่มความเร็วการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแต่ก็ต้องแลกด้วยค่าบริการรายเดือนที่เพิ่มสูงเติมจากเดิมไปด้วย โดยที่ผู้ใช้บริการไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าตนเองได้รับสิทธิต่างๆ ตรงตามที่มีการโฆษณาไว้หรือไม่ เหตุการณ์ดังนี้ เป็นเรื่องที่พบได้ในทุกประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็นการพิทักษ์หรือคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้บริการหรือผู้บริโภค จึงมีการจัดทำการทดสอบความเร็วของการเชื่อมต่อความเร็วของอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า การทดสอบความเร็ว (speed tests) หรือ การทดสอบแบนด์วิดท์ (bandwidth tests)[6]

ผู้ให้บริการการทดสอบลักษณะนี้ (internet speed testers) มีเป็นจำนวนมากทั่วโลก โดยแต่ละรายก็มีทฤษฎีในการทดสอบ มีเกณฑ์การชี้วัดไม่ตรงกัน รวมถึงที่ตั้งของเครื่องแม่ข่ายที่ใช้ในการรองรับการทดสอบก็อยู่ในต่างประเทศหลายประเทศแตกต่างกันออกไป ส่งผลให้ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตเกิดความสับสนเลือกใช้บริการไม่ถูก และทำให้การนำผลการทดสอบมาเปรียบเทียบกันก็นำมาเปรียบเทียบก็อาจจะไม่เป็นกลางพอได้ อนึ่ง การทดสอบนี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริใช้บริการในแง่ที่ว่าทำให้ทราบได้ว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เราเชื่อมต่ออยู่นั้น ตรงตามกับค่าความเร็วที่เราได้เลือกใช้บริการอยู่ มันยังเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในการวิเคราะห์คุณภาพของการให้บริการ (Quality of Service หรือ QoS) ของตนเองได้อีกด้วย

                อนึ่ง สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) หน่วยงานอิสระภายใต้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ดำเนินงานด้านการรับเรื่องร้องเรียนจากการปัญหาที่เกิดจากการใช้บริการโทร คมนาคม มีข้อมูลจากการร้องเรียนของผู้บริโภคในปี 2551 ในระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา (1 ม.ค.-30 มิ.ย.) พบว่ามีจำนวนผู้ร้องเรียนมากถึง 140 ราย ปัญหาที่พบมากที่สุดเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ รองลงมาคือ โทรศัพท์บ้าน  และอินเตอร์เน็ต โดยปัญหาที่รับร้องเรียนส่วนใหญ่จะเป็น 1) เรื่องค่าบริการและโปรโมชั่น 2) การใช้บริการและคุณภาพการให้บริการ 3) ความเร็วและคุณภาพสัญญาณ 5) บริการเสริม และ 6) ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน[7]

                 สำหรับประเทศไทย สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) (www.tci.or.th) และ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (www.webmaster.or.th) ต่างตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างดี จึงมีร่วมมือกันจัดทำโครงการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย หรือ Speed Tests ขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตหรือผู้บริโภค และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้ใช้บริการทดสอบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และให้เป็นมาตรฐานกลางร่วมกันของประเทศ


ลักษณะการทำงานของระบบทดสอบความเร็ว

                การให้บริการทดสอบความเร็วของการเชื่อมต่อนี้ จะเป็นการให้บริการในรูปแบบที่เรียกว่าเรียลไทม์ (real time) โดยระบบจะเปิดโปรแกรมขนาดเล็ก (Java applet) ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ทดสอบ โปรแกรมดังกล่าวจะทำหน้าที่รับและส่งข้อมูลขนาดเล็กไปยังเครื่องแม่ข่าย การทดสอบนี้จะเป็นการทดสอบความเร็ว ณ ช่วงเวลาใด ช่วงเวลาหนึ่ง ความเร็วที่ตรวจสอบได้ จึงอาจจะไม่เท่ากันในทุกครั้งที่ทดสอบอาจสืบเนื่องจากปัจจัยต่างๆ เป็นต้นว่า ปัญหาของคอขวด (bottleneck connection) ส่งผลให้การรับส่งข้อมูลไปกระจุกตัวอยู่ทำให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลลดลง หรืออุปกรณ์เน็ตเวิร์คพวกเร้าเตอร์ (router) ถูกใช้งานจนเกินประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูล หรือช่วงเวลาในการใช้งานที่หนาแน่นก็ทำให้ความเร็วของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตลดลง หรือการที่สายเคเบิ้ลแบคโบนทีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศขาดหรือเสียหาย ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อความเร็วของอินเทอร์เน็ตทั้งสิ้น

 

คำถามที่ถามบ่อย

เลือกใช้บริการผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตดี? ใครเป็นผู้ให้บริการที่ดีที่สุด พิจารณาจากอะไร?

                ไม่มีใครตอบได้ว่า ผู้ให้บริการรายใดเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุด ความเร็วการเชื่อมต่อนั้นไม่ใช่เป็นปัจจัยหลักปัจจัยเดียวที่จะใช้ในการตอบได้ว่าผู้ให้บริการรายนั้นดีที่สุด หรือแย่ที่สุด มันยังขึ้นอยู่กับ ปัจจัยด้านราคาค่าบริการ การให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคและด้านอื่นๆ รวมถึงจำนวนผู้ให้บริการในพื้นที่นั้นๆ ล่วนเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจเลือกใช้บริการอินเทอร์เน็ต

 

ความเร็วที่ได้รับจากการทดสอบเป็นความเร็วในการดูเว็บใช่หรือไม่?

                การทดสอบความเร็วนี้จะเป็นการเลียนแบบการเข้าชมเว็บไซต์ แต่จะไม่เหมือนกับการเข้าชมเว็บไซต์จริงๆ เนื่องจากเว็บไซต์มักมีข้อมูลประกอบกันหลายรูปแบบ และส่วนมากก็ถูกเชื่อมโยงมาจากหลายแหล่งที่มา (เช่น มีการนำคลิปวีดิโอมาจากผู้ให้บริการรายหนึ่ง รูปที่ใช้ในเว็บก็นำไปฝากไว้กับผู้ให้บริการฝากรูปอีกแห่งหนึ่ง ส่วนระบบสมาชิกก็ฝากไว้กับเครื่องแม่ข่ายอีกเครื่อง เป็นต้น) ดังนั้น การทดสอบความเร็วจะเป็นการทดสอบรับส่งจากเครื่องผู้ทดสอบเครื่องเดียว ไปยังเครื่องปลายทางเท่านั้น

 

ทำไมความเร็วที่ทดสอบได้ ในการรับข้อมูลจึงแตกต่างจากการส่งข้อมูลมากนัก?

                ด้วยเหตุผลที่ว่า การเข้าดูเว็บไซต์ต่างๆ นั้น เป็นการรับข้อมูลเป็นหลัก (downloading) ในขณะที่การส่งข้อมูล (uploading) จะเป็นการส่งไฟล์ไปฝากไว้ที่เครื่องแม่ข่ายหรือมักจะเป็นการกรอกในแบบฟอร์มเป็นหลัก ซึ่งจะพบว่าผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วไปนั้น จะเข้าดูเว็บมากกว่าที่จะส่งไฟล์ไปฝากไว้ในที่ต่างๆ ทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทำการตลาดด้วยการโฆษณาความเร็วของการรับข้อมูล และมักจะไม่พูดถึงความเร็วของการส่งข้อมูล หรือพูดถึงความเร็วของการส่งข้อมูลน้อยมาก

                รูปแบบของโฆษณาความเร็วมักจะอยู่ในรูปแบบของ 512/256 หรือ 1024/256 โดยตัวเลขชุดแรกหมายถึงความเร็วในการรับข้อมูลจากเครื่องแม่ข่าย ส่วนตัวเลขชุดหลังจะหมายถึงความเร็วในการส่งข้อมูลไปที่เครื่องแม่ข่าย

 

 



[1] Broadband Internet access, Wikipedia. http://en.wikipedia.org/wiki/Broadband_Internet_access

[2] 3 Out of 4 U.S. Internet Users Streamed Video Online in May. http://www.comscore.com/Press_Events/Press_Releases/2007/07/US_Online_Video

[3] Streaming Of TV Shows & Movies Has Doubled Since Last Year. http://www.podcastingnews.com/2009/08/11/streaming-of-tv-shows-movies/

[4] รายงานผลการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประเทศไทย ปี 2551, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, พิมพ์ครั้งที่ 1 กันยายน 2551, หน้า 12. http://wwwnew.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_view/58---2551?tmpl=component&format=raw

[5] ตลาดอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ ดาวรุ่งสวนกระแสเศรษฐกิจ, ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, ปีที่ 14, ฉบับที่ 2109, วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551

[6] Speed Tests - About Bandwidth and Speed Test Sites.  http://compnetworking.about.com/od/speedtests/l/aa051301a.htm

[7] ดาวน์โหลดแล้วไม่ได้รับ ปัญหานี้ใครรับผิดชอบ ? http://www.tci.or.th/article_show.asp?id=6


 
Speedtest.or.th
หน้าหลัก      ข่าว      ลิงค์มาหาเรา      เกี่ยวกับเรา      ติดต่อเรา      สมัครสมาชิก      เข้าระบบ